ประกาศ นโยบาย เรื่อง การเก็บรักษาและทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
(Data Retention and Disposal Policy)

 

1.    คำนิยาม

                       คำศัพท์

ความหมาย

องค์กร

บริษัท เจ อาร์ เอ็ม เจริญมิตร กรุ๊ฟ จำกัด

ข้อมูลส่วนบุคคล

(Personal Data)

ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ เช่น ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น     ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์     เลขบัตรประจำตัวประชาชน  เลขหนังสือเดินทาง   เลขบัตรประกันสังคม เลขใบอนุญาตขับขี่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี     เลขบัญชีธนาคาร   เลขบัตรเครดิต   ที่อยู่อีเมล (email address)   ทะเบียนรถยนต์   IP Address   ,  Cookies  ,   Log File   เป็นต้น

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

(Processing of Personal Data)

การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล (อันจะส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะใดลักษณะหนึ่งได้) เช่น การจัดเก็บ รวบรวม การบันทึก การจัดระบบ จัดโครงสร้าง  การปรับปรุงหรือการแก้ไขข้อมูล การดึงข้อมูล การให้คำปรึกษาที่ต้องใช้ข้อมูลในการให้คำปรึกษา การใช้ข้อมูล การเปิดเผยด้วยการส่งต่อ การเผยแพร่ หรือ การกระทำใด ๆ เพื่อให้ข้อมูลสามารถเข้าถึงหรือใช้งานได้ การรวมข้อมูลเข้าด้วยกัน การดำเนินการเพื่อให้ข้อมูลสอดคล้องกัน การจำกัดการใช้งาน การลบ หรือการทำลายข้อมูล

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

(Data Subject)

บุคคลธรรมดาที่สามารถระบุตัวตนได้จากข้อมูลส่วนบุคคล และให้หมายรวมถึงผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถ หรือผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ความสามารถ รวมตลอดทั้งผู้ที่ถือว่าเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วน

บุคคล

(Data Controller)

บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

(Data Processor)

บุคคลหรือองค์กรใดที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือองค์กรใดที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามค าสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

กำรจัดทำขอมูลนิรนาม

(Anonymization)

กระบวนการที่ทำให้ความเสี่ยงในการระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลนั้นน้อยมากจนแทบไม่ต้องให้ความสำคัญกับความเสี่ยง (Negligible Risk)

 

2.    หลักการและเหตุผล

        ปัจจุบันเมื่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ..2562   ประกาศใช้งาน บริษัท เจ อาร์ เอ็ม เจริญมิตร กรุ๊ฟ จำกัด  เห็นถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลที่ จัดเก็บ รวมรวม    และมีการใช้งาน    ซึ่งจะต้องปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมายดังกล่าว    ในการดูแลรักษาความมั่นคงปลอดภัยและดำเนินการต่าง ๆ      ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมาย จึงจำเป็นต้อง   จัดเก็บ   รวบรวม   เปิดเผย    และใช้งาน   ข้อมูลส่วนบุคคลที่ นำมาประมวลผล   เพื่อประเมินช่องว่างสถานภาพที่เป็นอยู่เทียบกับข้อกำหนด ความต้องการของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.. 2562  และความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศที่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งการจัดทำ ปรับปรุง นโยบายและแนวปฏิบัติหรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้สอดคล้องตามที่กฎหมายกำหนด และสร้างความเชื่อมั่นต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลมาประมวลผล

       ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.. 2562   มาตรา 23  วรรค 3 ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ทั้งนี้ในกรณีที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจนให้กำหนระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม และมาตรา 37 วรรค 3 ระบุว่าผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา จึงทำให้มีความจำเป็นในการกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล และขั้นตอนการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

 

3.    วัตถุประสงค์

          เอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการกำหนดขั้นตอนกระบวนการปฏิบัติการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลและกระบวนการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อครบกำหนดการเก็บรักษาและไม่มีการนำข้อมูลกลับมาประมวลผล หรือ เมื่อเจ้าของข้อมูลมีการร้องขอให้ทำลายข้อมูล

 

4.    ขอบเขต

 เอกสารฉบับนี้ประกอบไปด้วยการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลและการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคลโดยเอกสารฉบับนี้จะถูกนำไปใช้เมื่อมีสถานการณ์การจัดเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล และลบทำลายข้อมูลเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการเก็บรักษา การเก็บรักษาข้อมูส่วนบุคคลประกอบไปด้วยระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูล และสื่อที่ใช้เก็บข้อมูลโดยแยกตามประเภทของข้อมูล การลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคลประกอบไปด้วย ขั้นตอนการปฏิบัติการทำลายข้อมูล และในการลบทำลายข้อมูล


5.    การกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

          ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.. 2562 มาตรา 23 วรรค 3 ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ทั้งนี้ในกรณีที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม จึงทำให้ต้องกำหนดระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

 

ประเภทของข้อมูล

สื่อที่ใช้เก็บข้อมูล

ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูล

ข้อมูลเจ้าหน้าที่และผู้บริหาร

เครื่องคอมพิวเตอร์ (PC)

10 ปีหลังสิ้นสุดสภาพการเป็นเจ้าหน้าที่

กระดาษ

ระบบ File Server

ระบบสแกนลายนิ้วมือ

ระบบ AD

90 วัน หลังได้รับการแจ้งวันพ้นสภาพ

ข้อมูลผู้สมัครงาน

กระดาษ

10 ปี นับจากวันที่ได้รับข้อมูล และกรณีไม่ผ่านการคัดเลือกจะเก็บข้อมูลไว้ 1 ปี

ระบบ File Server

ข้อมูลผู้มาฝึกอบรม

กระดาษ

10 ปี นับจากวันที่จัดเก็บเอกสาร

ระบบ File Server

ระบบ WIFI Controller (Server ClearPass)

90 วัน หลังจากหมดเวลา

การอนุญาตให้ใช้งาน

CCTV

ระบบ CCTV

90  วัน

 

6.    การทำข้อมูลนิรนาม (Anonymization)

การทำลายข้อมูลส่วนบุคคลแบ่งออกเป็น 2 วิธีดังนี้
 1. ทำลายสื่อที่ใช้เก็บบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล
 2. การจัดทำข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นข้อมูลนิรนาม (Anonymization)

          การจัดทำข้อมูลนิรนามคือกระบวนการที่ทำให้ความเสี่ยงในการระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลนั้นน้อยมากจนแทบไม่ต้องให้ความสำคัญกับความเสี่ยง (negligible risk) โดยวิธีที่ได้รับความนิยมในการทำข้อมูลนิรนามมีดังนี้

        • [Scrambling] การผสมข้อมูล  เป็นการสลับลำดับของตัวอักษรในข้อมูลด้วยกฎเกณฑ์หนึ่ง ๆ เช่น กำหนดกฎเกณฑ์ว่าให้สลับตัวอักษรตัวแรกกับตัวที่สามของทุกช่องข้อมูล ยกตัวอย่างเช่น 012345 กลายเป็น 210345 เป็นต้น

        • [Masking] การปิดทับข้อมูล การเปลี่ยนส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อมูล เช่น ข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ 0123456789 แสดงเป็น ######6789

       • [Blurring or Noising] การลดความชัดเจนของข้อมูลลง เป็นการใช้ข้อมูลโดยประมาณแทนที่ข้อมูลดั้งเดิม เพื่อลดความเฉพาะเจาะจงของข้อมูลลง วิธีดังกล่าวนั้นทวีความนิยมมากขึ้นในภาครัฐ ภาคเอกชนทั่วโลก เช่น มีชุดข้อมูลเป็นสีรถและทะเบียนรถอาจจะลดข้อมูลเหลือสีรถ

       • [Pseudonymization]    การแฝงข้อมูล เป็นวิธีการในการแทนที่สิ่งที่ระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลโดยตรง   เช่น ชื่อ ที่อยู่ หรือ รหัสประจำตัวต่าง ๆ ด้วยชื่อหรือรหัสที่สร้างขึ้นมา

      • [De-identification]    การขจัดตัวตน คือการลบข้อมูลในส่วนที่จะทำให้มีการระบุตัวตนใหม่เป็นการป้องกันการย้อนรอยเพื่อระบุตัวตน    (re-identification)   โดยพิจารณาถึงตัวข้อมูลเป็นหลัก    ซึ่งหมายรวมถึงการแฝงข้อมูลด้วย    เช่น        มีชุดข้อมูล    ชื่อ   นายจอห์น    อีเมล์   john@example.com    เบอร์โทร 0987654321    แสดงเป็น นาย A อีเมล เบอร์โทร

 

7.    การลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

7.1                       ขั้นตอนการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

7.1.1 หลักเกณฑ์ในการเริ่มต้นกระบวนการ

    1.1.1 เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

    1.1.2 เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอให้มีการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

7.1.2 ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

  1.2.1 คณะทำงานข้อมูลส่วนบุคคลขออนุญาตทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่ครบกำหนดหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีการร้องขอให้ทำลายอย่างเป็นลายลักอักษรพร้อมทั้งระบุเหตุผลการทำลายและวิธีการที่จะใช้ในการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

     1.2.2 เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทำการพิจารณา และอนุมัติในการทำลายข้อมูล

                  • กรณีให้ทำลาย ให้ดำเนินการต่อในข้อ 1.2.3

                  • กรณีที่ไม่ให้ทำลายให้สิ้นสุดกระบวนการ

     1.2.3 คณะทำงานข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลตามแนวทางในการ  ทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

     1.2.4 คณะทำงานข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกหลักฐานการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

     1.2.5 คณะทำงานข้อมูลส่วนบุคคลแจ้งผลการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล


7.2                       การลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

ประเภทสื่อที่ใช้เก็บ

การทำลายบันทึกข้อมูล

Anonymization

เอกสาร

ใช้เครื่องย่อยเอกสาร

Masking

เผาทำลาย

เอกสารอิเล็กทรอนิกส์

ลบออกจากไดรฟ์เครือข่ายและล้างถังรีไซเคิลเป็นประจำ

CD , DVD

ใช้เครื่องทำลาย CD/DVD หรือ หักทำลายเป็นส่วน ๆ อย่างน้อย 4 ส่วน

Thumb drive

ถอดแยกชิ้นส่วน และทำลายแผงวงจรภายในจนไม่สามารถประกอบใช้งานได้

• Masking

• Scrambling

• Blurring or noising

• Pseudonymization

• De-identification เช่น การลบข้อมูล หรือเขียนข้อมูลทับด้วยวิธีเปลี่ยนโครงสร้างของไฟล์

 

 

 

ประเภทสื่อที่ใช้เก็บ

การทำลายบันทึกข้อมูล

Anonymization

Hard disk ประเภทจานหมุน

ทำให้แผ่นเก็บข้อมูลภายในเป็นรอยขีดข่วนร้ายแรง (ทุบ เจาะ บดขยี้) หรือ ใช้เครื่องทำลายแบบ Degaussing

• Masking

• Scrambling

• Blurring or noising

• Pseudonymization

• De-identification เช่น การลบข้อมูล หรือเขียนข้อมูลทับด้วยวิธีเปลี่ยนโครงสร้างของไฟล์

Hard disk ประเภท SSD

ถอดแยกชิ้นส่วน และทำลายแผงวงจรภายในจนไม่สามารถประกอบใช้งานได้(ทุบ เจาะ บดขยี้) หรือ ใช้เครื่องทำลายแบบ Degaussing

• Masking

• Scrambling

• Blurring or noising

• Pseudonymization

• De-identification เช่น การลบข้อมูล หรือเขียนข้อมูลทับด้วยวิธีเปลี่ยนโครงสร้างของไฟล์

 

7.3                       การจ้างผู้ให้บริการภายนอกในการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

กรณีองค์กรมีการจ้างผู้ให้บริการภายนอกในการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล     ต้องมีการกำกับ  และ ควบคุมกระบวนการระหว่างการทำลาย และเก็บรวบรวมหลักฐานการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ให้บริการภายนอก

 

8.    ช่องทางการติดต่อ

กรณีมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อบริษัทฯ ได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

                8.1                       สถานที่ติดต่อ :บริษัท เจ อาร์ เอ็ม เจริญมิตร กรุ๊ฟ จำกัด 

                               อยู่เลขที่ 71/1 หมู่ .ตลิ่งชัน สุพรรณบุรี ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 11110

                               โทรศัพท์ 02-918-2645   (ติดต่อได้ในเวลาทำการจันทร์ เสาร์ ตั้งแต่ 08:00. – 17:00.)

                8.2         เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  : อีเมล dpo-jrm@martonthailand.com

                                โทรศัพท์ 02-918-2645  (ติดต่อได้ในเวลาทำการจันทร์ เสาร์ ตั้งแต่ 08:00. – 17:00.)

 

ประกาศนโยบายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่    01 พฤศจิกายน  2567   เป็นต้นไป